|
TRUE เร่งหาพันธมิตรร่วมทุน ลุยมือถือ 3G /โครงข่ายไวแม็กซ์ |
|
|
|
เขียนโดย สำนักประชาสัมพันธ์ (ปส.)
|
|
02 พ.ย. 2005 11:13 น. |
TRUE อ้าแขนรับมิตรเข้าร่วมทุนเปิดบริการมือถือระบบ 3G และโครงข่ายไวแม็กซ์ เผยหาก กทช.อนุมัติ 3G ออเร้นจ์ต้องเร่งระดมทุน แผ้มอาจใช้วิธีเข้าตลาดหุ้น คาดเสร็จเรียบร้อยช่วงครึ่งปีแรกของปี 49
คอหุ้น Wednesday, November 02, 2005
TRUE อ้าแขนรับมิตรเข้าร่วมทุนเปิดบริการมือถือระบบ 3G และโครงข่ายไวแม็กซ์ เผยหาก กทช.อนุมัติ 3G ออเร้นจ์ต้องเร่งระดมทุน แผ้มอาจใช้วิธีเข้าตลาดหุ้น คาดเสร็จเรียบร้อยช่วงครึ่งปีแรกของปี 49 นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) เปิดเผยว่า ขณะนี้ TRUE ได้เปิดรับพันธมิตรร่วมทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยจะให้ถือหุ้นในอัตราไม่เกิน 20-25% เพื่อระดมทุนให้บริการโทรศัพท์มือถือในระบบ 3G และบริการโครงข่ายไวแม็กซ์ ทั้งนี้ พันธมิตรดังกล่าวอาจเข้ามาถือหุ้นในส่วนของ TRUE หรือในบริษัท ทีเอ ออเร้นจ์ จำกัด ซึ่งคงไม่เน้นด้านเงินทุนเพียงอย่างเดียว แต่พันธมิตรต้องมีความรู้และความสามารถด้านเทคโนโลยีที่จะช่วยเสริมธุรกิจของ TRUE และออเร้นจ์ด้วย อย่างไรก็ตาม หากมีการแปรสัญญาสัมปทานหรือยกเลิกการจ่ายค่าเข้าถึงเครือข่าย หรือแอ็คเซส ชาร์จ อาจทำให้บริษัทมีกำลังเพียงพอที่จะลงทุนด้วยตัวเอง นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ภาครัฐควรให้การสนับสนุนบริษัทเอกชนไทยให้มีความแข็งแกร่งเพียงพอ ซึ่งหากไทยต้องเปิดเสรี จะต้องแปรสัญญาสัมปทาน เพื่อให้สามารถแข่งขันกับบริษัทจากต่างประเทศได้ ซึ่งปัจจุบันยืนยันว่า กลุ่มทรู ยังไม่ได้เจรจากับพันธมิตรรายใด ทั้งบริษัท ไชน่า เทเลคอม จำกัด หรือบริษัท เทเลคอม มาเลเซีย จำกัด แต่ขณะนี้พร้อมแล้วที่จะเจรจากันพันธมิตรที่สนใจเข้าร่วมทุน ซึ่งในระยะยาวหากไม่มีการสนับสนุนให้เอกชนไทยสามารถแข่งขันได้อาจทำให้ธุรกิจนี้ตกเป็นของต่างชาติได้ นอกจากนี้ หากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ออกเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบธุรกิจการให้บริการมือถือระบบเทคโนโลยี 3G ภายในสิ้นปีนี้ จะทำให้บริษัท ออเร้นจ์ ต้องระดมทุนเร็วขึ้น โดยส่วนหนึ่งที่วางแผนไว้อาจใช้วิธีนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือวิธีเปิดทางรับพันธมิตรเข้าร่วมทุน "หาก กทช.ให้ไรเซ่นส์ 3G ช้า อาจมีผลต่อการนำออเร้นจ์เข้าตลาดหุ้น แต่หากออกไรเซ่นส์ภายในปีนี้ น่าจะทำให้ออเร้นจ์เข้าตลาดหุ้นภายในครึ่งปีแรกของปีหน้า หรือต้องเปิดทางรับพันธมิตรร่วมทุน เพราะส่วนหนึ่งออเร้นจ์ต้องระดมทุนเพื่อใช้ขยายโครงข่ายอยู่แล้ว" นายศุภชัย กล่าว ทั้งนี้ ในส่วนของพันธมิตรร่วมทุนนั้น ออเร้นจ์อยากได้ผู้ที่สนใจลงทุนในระยะยาว ซึ่งไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นพันธมิตรจากในประเทศหรือต่างประเทศ แต่ควรต้องมีความแข็งแกร่ง ทั้งเงินทุนและเทคโนโลยี ขณะเดียวกัน ยังเห็นว่า ภาครัฐควรสนับสนุนบริษัทเอกชนไทยให้สู้กับต่างชาติได้ โดยเฉพาะเมื่อประเทศไทยต้องเปิดเสรี ซึ่งที่ผ่านมาตามสัญญาสัมปทาน บริษัทเอกชนไทยได้พัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ มาแล้วเป็นเวลานับ 10 ปี ดังนั้น จึงไม่ควรปล่อยให้ของเดิมต้องตายไป ขณะที่เอกชนจากต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจในไทยอย่างเข้มแข็ง "ดูจากเพื่อนบ้านเรา เช่น ฟิลิปปินส์และมาเลเซียที่ได้พัฒนาเทคโนโลยีควบคู่ไปกับไทย แต่ในอนาคตอาจจะกลายเป็นผู้ทีเข้ามาลงทุนในประเทศไทย รวมถึงอาจเป็นอินโดนีเซียด้วย" นายศุภชัย กล่าว |