|
รายงานการวิเคราะห์อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย (TDC Report) |
|
|
|
เขียนโดย สำนักพัฒนานโยบายและกฎกติกา (พต.)
|
|
26 พ.ค. 2010 10:02 น. |
|
Interconnection
| |
การเชื่อมต่อโครงข่ายโครงโทรคมนาคม (Interconnection) ถือได้ว่าเป็นสิ่งพื้นฐานของการให้บริการโทรคมนาคม เนื่องจากกิจการโทรคมนาคมเป็นกิจการที่จะคุณค่ามากขึ้นตามจำนวนผู้ใช้บริการที่มากขึ้น (Network Externality) แต่ด้วยผู้ให้บริการเพียงรายเดียวไม่อาจสามารถที่จะสร้างโครงข่ายได้ครอบคลุมกับผู้ใช้บริการทั่วประเทศได้ และถึงแม้ว่าจะสามารถทำได้หากมีผู้ให้บริการรายเดียวในตลาดก็อาจจะให้เกิดการผูกขาดการให้บริการขึ้นได้ อันจะส่งผลในทางลบต่อการให้บริการได้
เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้มีผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่มากกว่าหนึ่งรายในตลาด ดังนั้นการที่จะทำให้ผู้ให้บริการของโครงข่ายแต่ละรายสามารถสื่อสารถึงกันได้ ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมทั้งสองรายจะต้องให้มีการเชื่อมต่อโครงข่ายระหว่างกัน
การเชื่อมต่อโครงข่ายก่อให้เกิดบริการหลักๆสามบริการ คือ Call Origination, Call Transit และที่สำคัญที่สุดคือ Call Termination ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ใช้บริการแต่ละโครงข่ายสามารถติดต่อสื่อสารหากันได้โดยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้โครงข่ายเดียวกัน
|
|
ประเด็นแรกคือผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ชาวไทยยังคงใช้บริการเสียง หรือการสนทนาสื่อสาร (Voice) เป็นหลัก หากคือเป็นจำนวนครั้งในการใช้งานแล้วผู้ใช้บริการชาวไทยใช้บริการเสียงถึงร้อยละ 93.44 และใช้บริการข้อมูล (Non-Voice) ได้แก่ SMS MMS เพียงร้อยละ 6.56
หากพิจารณาในแง่ของรายได้แล้วผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของไทยได้รับรายได้การเชื่อมต่อจากบริการทางเสียงคิดเป็นร้อยละ 98.38 และได้รายได้จากบริการข้อมูลร้อยละ 1.62
ประเด็นต่อมาคือพฤติกรรมของการโทรระหว่างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อน และประจำที่ จากข้อมูลเดือนกรกฎาคม 2552 พบว่าในการโทรข้ามโครงข่ายทั้งหมดเป็นการโทรระหว่างโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยกันเองสูงถึงร้อยละ 71 ในเชิงจำนวนนาทีที่ใช้งาน หรือคิดเป็นร้อยละ 74 ในเชิงจำนวนครั้งในการโทร รองลงมาเป็นการโทรจากโทรศัพท์ประจำที่ไปยังโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยคิดเป็นร้อยละ 19 ในเชิงจำนวนนาทีที่ใช้งาน หรือคิดเป็นร้อยละ 16 ในเชิงจำนวนครั้งในการโทร สำหรับการโทรจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปยังโทรศัพท์ประจำที่ คิดเป็นร้อยละ 7 ในเชิงจำนวนนาทีที่ใช้งาน หรือคิดเป็นร้อยละ 8 ในเชิงจำนวนครั้งในการโทร
|
| |
 |
|
ส่วนสุดท้ายคือการโทรระหว่างโทรศัพท์ประจำที่ด้วยกันเองมีเพียงร้อยละ 3 ในเชิงจำนวนนาทีที่ใช้งาน หรือคิดเป็นร้อยละ 2 ในเชิงจำนวนครั้งในการโทร อย่างที่กล่าวในข้างต้นแล้วว่าผู้ประกอบการที่สัญญาเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม และดำเนินการส่งข้อมูลตามที่ประกาศ กทช. กำหนดนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ดังนั้นข้อมูลที่ใช้การวิเคราะห์จึงเป็นข้อมูลที่อ้างอิงจากผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นหลัก ดังนั้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโทรศัพท์ประจำที่อาจจะมีความคาดเคลื่อนอยู่บ้าง |
| |
ปัจจุบันประเทศไทยได้กำหนดให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมที่มีโครงข่ายเป็นของตนเองมีหน้าที่ที่จะต้องผู้ประกอบการรายอื่นสามารถที่จะเชื่อมต่อโครงข่ายได้ โดยมีกระบวนและขั้นตอนตามที่ประกาศ กทช. กำหนดไว้ ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วยังคงมีปัญหาบ้างโดยเฉพาะปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสัญญาร่วมการงานที่มีอยู่เดิม จึงทำให้มีการทำสัญญาเชื่อมต่อโครงข่ายตามประกาศ กทช.เฉพาะบางผู้ประกอบการเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการเชื่อมต่อโครงข่ายระหว่างผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นหลัก
ดังนั้นใน TDC Report ฉบับนี้จะกล่าวถึงข้อมูลที่น่าสนใจของการเชื่อมต่อโครงข่ายระหว่างผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หลักจำนวน 4 ราย คือ AIS+DPC DTAC True Move (TMV) และ Hutch ซึ่งมีทำสัญญาเชื่อมต่อระหว่างกันแล้วดังภาพ 
|
|
 |
| |
สำหรับข้อมูลที่ใช้ใน TDC Report ฉบับนี้จะเป็นข้อมูลในเดือน กรกฎาคม 2552 ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีความครบถ้วนเพียงพอต่อการวิเคราะห์ ซึ่งในประเทศไทยพฤติกรรมของผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีการโทรภายในโครงข่ายกันเอง (On-net) ร้อยละ 72.49 และโทรข้ามโครงข่าย (Off-net) ร้อยละ 27.51
ในจำนวนร้อยละ 27.51 ของการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมดที่เป็นการโทรข้ามโครงข่ายผ่านระบบการเชื่อมต่อโครงข่ายนั้น หากคิดเป็นจำนวนนาทีจะได้ประมาณ 4พันล้านนาทีต่อเดือน และมีจำนวนครั้งในการโทรประมาณ 2 พันล้านครั้ง ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 3 พันล้านบาท
เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่ผู้ประกอบการส่งให้ กทช. ทุกเดือน ทำให้เห็นพฤติกรรมเบื้องต้นของผู้บริโภคในการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในหลายประเด็น
|
|
อย่างใดก็ตาม จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้น ค่อนข้างจะสะท้อนพฤติกรรมผู้ใช้บริการโทรคมนาคมชาวไทยได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งทำให้เห็นภาพเบื้องต้นของพฤติกรรมการใช้งานโดยสรุปได้ดังนี้
1. ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ชาวไทยยังคงใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อการสนทนาเป็นหลัก และมีการใช้งานเชิงข้อมูลข่าวสารค่อนข้างน้อยมาก ทั้งๆที่โครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของประเทศไทยก็สามารถรองรับการใช้งานประเภทข้อมูลได้ค่อนข้างดีในระดับหนึ่ง ซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจากเนื้อหา (Content) ในปัจจุบันอาจจะไม่ตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้บริการชาวไทย
2. บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทยได้กลายเป็นบริการโทรคมนาคมขั้นพื้นฐานแทนบริการโทรศัพท์ประจำที่ไปแล้ว เนื่องจากพฤติกรรมการใช้บริการของชาวไทยมีการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่โทรระหว่างกันเองค่อนข้างสูง ประกอบการตัวเลขของการโทรจากโทรศัพท์ประจำที่ไปยังโทรศัพท์เคลื่อนที่ มากกว่าการโทรจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปยังโทรศัพท์ประจำที่ ทำให้สรุปได้ว่าโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้กลายเป็นโทรศัพท์ประจำตัวบุคคลไปแล้ว
|
| |
|
|
|
| |
|
|
|
|